ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

“เจีย” พืชเศรษฐกิจใหม่บนพื้นที่สูง

24 สิงหาคม 2564     อ่าน: 26,454 ครั้ง

“เจีย” พืชเศรษฐกิจใหม่บนพื้นที่สูง

 

FILE 20210824 10267V6G72GL9ANE

 

          เจีย (Chia Seeds) ชื่อวิทยาศาสตร์ Salvia hispanica L. ซึ่งอยู่ในวงศ์ Lamiaceae อยู่ในกลุ่มเดียวกับกระเพรา โหรพา แมงลัก เป็นพืชล้มลุกที่มีอายุเพียงฤดูเดียว มีถิ่นกำเนิดอยู่ทวีปอเมริกาเหนือแทบประเทศเม็กซิโก - กัวเตมาลา ชาวเม็กซิโกและโบลิเวียนิยมรับประทานเป็นอาหารนานกว่า 5,000 ปี

          สภาพแวดล้อม : เจียสามารถเจริญเติบโตได้ในเขตร้อน และเขตกึ่งร้อน ช่วงความสูงที่ปลูกได้ตั้งแต่ 400 ถึง 2,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสม 16 – 26 C๐ โดยแหล่งผลิตหลักของโลกอยู่ที่ประเทศเม็กซิโก ส่วนในประเทศไทยปลูกมากที่จังหวัดลำปาง และกาญจนบุรี 

          ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ต้นเจียมีความสูงอยู่ระหว่าง 90 -110 เซนติเมตร ดอกสีม่วง ขาว ความยาวช่อดอก 15 – 20 เซนติเมตร สีเมล็ดมี 2 สี คือ สีดำ และสีขาว น้ำหนัก 1,000 เมล็ด 1.24 – 1.43 กรัม

          ฤดูการปลูก : ฤดูที่เหมาะสมในประเทศไทย คือช่วงปลายฤดูฝน (สิงหาคม – กันยายน) และช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน – ธันวาคม)  

          วิธีการปลูก : การปลูกมี 2 วิธีการ คือ วิธีการที่ 1 ปลูกเป็นหลุม ปลูกระยะ 35 x 35 เซนติเมตร โดยการเพาะกล้า อายุ 30 วัน ปลูก 1 ต้น/หลุม ให้ผลผลิต 450 กิโลกรัมต่อไร่ (ดนุพล, 2561) วิธีการที่ 2 ปลูกแบบโรยแถว ระยะระหว่างแถว 50 เซนติเมตร อัตราเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลผลิต 320 – 400 กิโลกรัมต่อไร่

 

 

FILE 20210824 1036X9Y หน้า 2 MYUBZCG

 

          การดูแลรักษา : ใส่ปุ๋ยยูเรีย อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากปลูก 25 วัน และใส่ปุ๋ย 15 -15 -15 อัตรา 15 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่ออายุ 45 วัน

          วิธีการเก็บเกี่ยว : เก็บเกี่ยวผลผลิตเมล็ดเจียช่วง 95 - 135 วันหลังปลูก ที่ความแก่ 90 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเมล็ดเจียมีเยื่อหุ้มเมล็ดปิดหุ้มทำให้หลุดร่วงยาก จึงเก็บเกี่ยวในช่วงที่สุกแก่มากได้ หลักจากเก็บเกี่ยวแล้วนำมาตากให้แห้ง ประมาน 2 วัน จากนั้นนวดทำการกะเทาะเมล็ดเจียออกและทำความสะอาดโดยใช้ลมแยกเศษเปลือกออกได้

 

FILE 20210824 1015L8DTMBJ8MCMV

 

ประโยชน์ของเมล็ดเจีย

  1.           1. การลดน้ำหนัก เมล็ดเจียเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากเมล็ดเจียมีการดูดซึมน้ำและผลิตเจลในปริมาณมาก คล้ายกับเมล็ดแมงลัก ซึ่งทำให้อิ่มท้องนานขึ้น อีกทั้งเมล็ดเจียให้พลังงาน โปรตีน และสารอาหารต่างๆ ที่สูงมาก ครบตามที่ร่างกายต้องการ
  2.           2. น้ำมันOmega-3 ซึ่งเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ 
  3.           3. แคลเซียมที่ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ลดการเสื่อมของกระดูกในผู้สูงอายุ
  4.           4. ไฟเบอร์ที่สูงซึ่งเป็นกากใยอาหารที่สำคัญต่อการขับถ่าย สำหรับผู้ที่ท้องผูกหรือมีปัญหาระบบขับถ่าย ไฟเบอร์จากเมล็ดเจียถือเป็นทางเลือกที่ดีมาก
  5.           5. เมล็ดเจียมี เมือก Mucilage (มูซิลเลจ) สูงมาก กากใยชนิดนี้ทำหน้าที่เป็นตัวชะลอในกระบวนการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล มีประโยชน์กับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  6.           6. โปรตีนสูงสูงกว่าเมล็ดแมงลักที่เป็นพืชตระกูลเดียวกัน ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมเเซมส่วนที่สึกหรอ โดยสารอาหารจะผ่านเข้าไปตามระบบไหลเวียนโลหิตแล้วไปสู่อวัยวะต่างๆ ซึ่งเหมาะกับทุกเพศทุกวัย 

FILE 20210824 1047LM7J88UY หน้า 6 L3

 

วิธีการบริโภค 

  1.           1. รับประทานแบบเมล็ดแห้ง โรยบนสลัด หรือจะผสมในขนมปังอบ หรือใส่คุกกี้ (รับประทานมากไปอาจทำให้ท้องอืด)
  2.           2. รับประทานแบบผสมน้ำเปล่า น้ำผลไม้ นม น้ำเต้าหู้ ชา กาแฟ เป็นต้น (ในอัตราส่วนน้ำ 1 แก้ว เมล็ดเจีย 1 ช้อนโต๊ะ)
  3.           3. สามารถรับประทานได้ตลอดทั้งวัน ระหว่างมื้อ ก่อนอาหาร หรือเป็นมื้อเย็น แนะนำให้รับประทานเป็นประจำ วันละ 2 ช้อนโต๊ะ ช่วงควบคุมน้ำหนักทานได้ถึง 3 ช้อนโต๊ะ (เมล็ดแห้ง)
บทความ: งานวิจัย
เขียน / เรียบเรียงเรื่องโดย: นายอดิเรก ปัญญาลือ และ นายธัญพิสิษฐ์ ใจแข็ง
แหล่งที่มา / เอกสารอ้างอิง: <p>ดนุพล เกษไธสง กัญชร วรวิทยกิจ &nbsp;และ กมล เลิศรัตน์ .ศักยภาพการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของเมล็ดเจีย (Salvia hispanica L.) ในประเทศไทย. การประชุมวิชาการพืชสวนแห่งชาติ ครั้งที่ 17&nbsp; ระหว่างวันที่ 19 &ndash; 21 พฤศจิกายน 2561.</p> <p>ไมตรี สุทธจิตต์ จักรกฤษณ์ คณารีย์ พยุงศักดิ ตันติไพบูลย์วงศ์ และศักดิ พินธะ (2558) &ldquo;กรดไขมันโอเมก้า-3, โอเมก้า-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 6 และสารอาหารของเมล็ดงาม้อนในภาคเหนือของ ประเทศไทย&rdquo;วารสารนเรศวรพะเยา ปีที่ 8 ฉบับที่2 หน้า &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 80-86</p> <p>สิรภัทร บุญปั๋น ต่อนภา ผุสดี นริศ ยิ้มแย้ม กรวรรณ ศรีงาม เบญจวรรณ ฤกษ์เกษม&nbsp; และศันสนีย์ จำจด (2558) &ldquo;การประเมินลักษณะประชากรงาขี้ม้อนพื้นเมืองจากภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย&rdquo; วารสารแก่นเกษตร ปีที่ 43 หน้า 285-296</p> <p>Cecilia Baginsky, Jorge Arenas, Hugo Escobar, Marco Garrido, Natalia Valero, Diego</p> <p>Tello, Leslie Pizarro, Alfonso Valenzuela, Lu&iacute;s Morales, and Herman Silva. Growth and yield of chia (Salvia hispanica L.)in the Mediterranean and desert climates of Chile. CHILEAN JOURNAL OF AGRICULTURAL RESEARCH 76(3) JULY-SEPTEMBER 2016.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; Samantha J. Grimes ,Timothy D. Phillips ,Filippo Capezzone, OrcID andSimone Graeff-H&ouml;nninger. Impact of Row Spacing, Sowing Density and Nitrogen Fertilization on Yield and Quality Traits of chia (Salvia Hispanica L.) Cultivated in southwestern Germany. Agromomy 2019,9,136;doi:103390/agronomy9030136.</p> <p>&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p>
ข้อมูลนี้เป็นที่น่าพึงพอใจหรือเป็นประโยชน์สำหรับท่านหรือไม่
 

องค์ความรู้ นวัตกรรม ทรัพย์สินทางปัญญา ล่าสุด