ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ความหลากหลายของถั่วพื้นเมืองบนพื้นที่สูง

ความหลากหลายของถั่วพื้นเมืองบนพื้นที่สูง

 

           ถั่ว เป็นพืชอาหารที่ใกล้ตัวของเรา เป็นแหล่งโปรตีนที่มีต้นทุนการผลิตต่ำและมีราคาถูกกว่าโปรตีนจากสัตว์ จึงใช้เป็นอาหารเสริมเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการสำหรับคนและปศุสัตว์ พืชตระกูลถั่ว (Family: Leguminosae, Fabaceae หรือ Papilionaceae) มีวงศ์ สกุล และชนิดที่หลากหลาย เป็นอันดับ 3 รองจากวงศ์กล้วยไม้ (Orchidaceae) และวงศ์ทานตะวัน (Asteraceae) สามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศที่หลากหลาย จึงมีถั่วมากมายหลายชนิดที่นำมาปลูกเพื่อบริโภคและใช้ประโยชน์อื่น นอกจากนี้ ถั่วยังสามารถอยู่ร่วมแบบพึ่งพากับแบคทีเรียปมถั่ว ที่สามารถดึงเอาก๊าซไนโตรเจน (N2) ในอากาศมาใช้ได้ เป็นลักษณะเฉพาะที่ทำให้พืชตระกูลถั่วมีบทบาทสำคัญในวัฏจักรไนโตรเจนในระบบนิเวศ ดังนั้น จึงมีการสำรวจและรวมรวมถั่วพื้นเมืองของพื้นที่สูงเพื่ออนุรักษ์พันธุกรรม ต่อยอดเพื่อใช้ประโยชน์ และสร้างรายได้แก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง

 

การสำรวจถั่วพันธุ์พื้นเมือง

          สำรวจชนิดของถั่วพันธุ์พื้นเมืองในพื้นที่ 6 จังหวัดได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน แพร่ และตาก รวบรวมได้ 49 ตัวอย่าง พบว่ามีการเรียกชื่อถั่วพื้นเมืองในพื้นที่แต่ละแห่งแตกต่างกันแม้จะเป็นถั่วชนิดเดียวกัน ชื่อที่เรียกถั่วชนิดต่างๆ ได้แก่ ถั่วแป๋ ถั่วปี๋ ถั่วแปบ ถั่วแปบมันหมู ถั่วดอ ถั่วทอกอ ถั่วแดง ถั่วลาย ถั่วท้องแตก ถั่วเต่าลัน ถั่วนั่ง ถั่วนุด เป็นต้น โดยการใช้ประโยชน์ถั่วส่วนใหญ่นิยมบริโภคฝักสด รองลงมาเป็นเมล็ดแห้ง สามารถจำแนกชนิดถั่วที่สำรวจได้ 8 ชนิด ได้แก่ Vigna umbellata, Vigna unguiculata, Lablab purpureus, Psophocarpus tetragonolobus, Pisum sativum, Phaseolus lunatus, Phaseolus  vugaris และ Lens culinaris  

FILE 20210428 10316G13BTD7MNK4

FILE 20210428 1048LFZG86BJ5G5Q

FILE 20210428 1008DRS หน้า 64 M5X6BR

 

FILE 20210428 1054NFGHBWT67AA8

 

ความหลากหลายของถั่วพันธุ์พื้นเมือง

          ลำต้น : พบมีลักษณะลำต้นตั้งตรง กึ่งเลื้อย ไปจนถึงเลื้อย และมีอายุเก็บเกี่ยวระหว่าง 3 เดือน ไปจนถึง 7 เดือน

FILE 20210428 1026BSY1RNTJHG6R

 

          ดอก : ลักษณะดอกที่พบเป็นแบบ Papilionaceous และมีสีดอกที่หลากหลาย เช่น สีขาว ม่วง แดงออมม่วง แดง เหลือง และเขียว เป็นต้น 

FILE 20210428 1004LWMZCVPQY6L3

 

          ฝัก : ฝักมีลักษณะแตกต่างกันไปตามชนิดของถั่ว มีขนาดตั้งแต่ 7 – 25 เซนติเมตร สีของฝักพบมีความหลากหลายของสีฝัก เช่น ฝักสีเขียว สีเขียวลายแดง และฝักสีม่วงเป็นต้น

FILE 20210428 1031DCTN5EW5FAR2

 

          เมล็ด : เมล็ดมีลักษณะแตกต่างกันไปตามชนิดของถั่ว เช่นเดียวกับลักษณะฝัก พบมีสีเมล็ดทั้งแต่ สีขาว (ครีม) สีเขียว สีน้ำตาล น้ำตาลลายเหลือง สีแดง สีแดงลายน้ำตาล ไปจนถึงพบมีเมล็ดสีดำ เป็นต้น

FILE 20210428 1004NM2PT751WMA3

 

          ปริมาณปมรากถั่ว : มีการให้คะแนนระดับการเกิดปมของรากถั่ว ระดับ 0 – 5 พบว่า (0 : ไม่มีปมรากถั่ว, 1 : มีปมรากถั่ว < 5 ปม, 2 : มีปมรากถั่ว 5 – 10 ปม, 3 : มีปมรากถั่ว > 10 ปม, 4 : ที่ระดับความลึก > 5 เซนติเมตร มีปมรากถั่ว < 5 ปม และ 5 : ที่ระดับความลึก > 5 เซนติเมตร) มีปมรากถั่ว > 10 ปม (Corbin et al. (1977) and Rerkasem (1989)) ซึ่งถั่วที่รวบรวมมาได้มีระดับคะแนนของปมรากถั่ว 1 – 5 คะแนน  

FILE 20210428 1046JCLJ5 หน้า 5 VX96T

 

ประโยชน์ของถั่ว

โปรตีน (Protein) ในเมล็ดถั่ว สูงกว่าธัญพืช 2 เท่า หรือมากกว่านั้นตามชนิดถั่วและธัญพืช องค์ประกอบส่วนที่เหลือส่วนใหญ่เป็นคาร์โบไฮเดรต เปอร์เซ็นต์โปรตีนในถั่วแต่ละชนิดมีความแปรปรวนสูงกว่าด้วยอิทธิพลของสภาพแวดล้อม และระดับไนโตรเจนประสมในดิน และที่ตรึงได้จากอากาศ

แป้ง (Carbohydrate) เป็นองค์ประกอบหลักของถั่วเมล็ดแห้ง ด้วยสัดส่วนประมาณร้อยละ 60 ถั่วบางชนิดมีแป้งที่มีคุณสมบัติพิเศษ

ใยอาหาร (Dietary fiber) หมายถึงส่วน ของอาหารที่ไม่ถูกย่อย แต่มีความสำคัญต่อระบบการย่อยและการขับถ่าย ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรตรูปแบบต่าง ๆ ไยอาหารในถั่วเมล็ดมี ปริมาณสูงกว่าข้าว เช่น ถั่วลันเตา และถั่วแดงหลวง มีไยอาหารถึงประมาณหนึ่งในสี่ของน้าหนัก ในขณะที่ถั่วลิสง ถั่วเหลือง Cowpea มีเพียง ประมาณ 10%

ไขมัน (Fat) เมล็ดถั่วส่วนใหญ่มีปริมาณไขมันน้อยมาก และเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated fatty acids) เช่น โอเมก้า 3, 6 และ 9 เป็นต้น และมีปริมาณแตกต่างกันไปตามชนิดของถั่ว

ธาตุอาหารอื่น ได้แก่ แคลเซียม (Ca) แมกนีเซียม (Mg) ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) เหล็ก (Fe) สังกะสี (Zn) ในเมล็ดถั่วมีความเข้มข้นสูงกว่าในธัญพืช จึงได้ชื่อว่าเป็นแหล่งสำคัญของแร่ธาตุจำเป็น โดยเฉพาะเหล็ก (Fe) และสังกะสี (Zn) ที่เป็นมักพบการขาดธาตุนี้ในกลุ่มผู้บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก

นอกจากนี้ ถั่วยังเป็นแหล่งสารอาหารจำเป็นหรือมีประโยชน์ เช่น โฟเลต กาบา และฟีนอลล์ โฟเลต (กรดโฟลิค หรือไวตามิน B9) ที่มีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์ DNA RNA และการแบ่งเซลล์ ซึ่งร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้ จึงต้องได้รับโดยการบริโภค โดยเฉพาะสตรีที่มีครรภ์ ให้นมบุตรและผู้สูงอายุ นอกจากนี้การได้รับโฟเลตไม่พอ ส่งผลให้ร่างกายมีจำนวนเม็ดเลือดแดงต่ำ และการขาดโฟเลตในแม่ยังส่งผลเสียไปถึงบุตรที่อยู่ในครรภ์

 

 
เขียน / เรียบเรียงเรื่องโดย:
อดิเรก ปัญญาลือ และ ธัญพิสิธฐ์ ใจแข็ง
แหล่งที่มา / เอกสารอ้างอิง:
  1. เบญจวรรณ ฤกษ์เกษม. 2561. เอกสารประกอบการสอน เรื่อง Agriculture legume. คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 138 หน้า
  2. ทรงเชาว์ อินสมพันธ์. 2541. รายงานผลการวิจัย การเก็บรวบรวมพันธุ์การศึกษาลักษณะทางพืชไร่ของพืชตระกูลถั่วพื้นเมือง ของพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยที่ปลูกเพื่อรับประทานผลสด. ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 16 หน้า

 


ข้อมูลนี้เป็นที่น่าพึงพอใจหรือเป็นประโยชน์สำหรับท่านหรือไม่
 

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง