“ไม้จันทน์หอม” ความหอมจากธรรมชาติที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์
- ชื่อวิทยาศาสตร์ Mansonia gagei J.R. Drummond
- วงศ์ Sterculiaceae
- จัดเป็นกลุ่มไม้ที่มีเนื้อไม้หอม สถานภาพเป็นไม้ป่าที่ถูกคุกคามต่อการตัดฟันมาใช้ประโยชน์ กอปรกับ ไม้จันทน์หอมในป่าธรรมชาติมีการพัฒนาของกล้าไม้ไปสู่ระยะไม้รุ่นและไม้ใหญ่ในอัตราส่วนที่น้อยมาก ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนแม่ไม้ในการกระจายพันธุ์ และอาจนำไปสู่การสูญหายของไม้จันทน์หอมได้ในอนาคต ในปัจจุบันจึงพบหาได้ยากและมีแหล่งปลูกน้อย โดยพบพื้นที่กระจายพันธุ์ตามธรรมชาติและพบไม้จันทน์หอมตามป่าธรรมชาติเพียง 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี (อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด และ อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง) และจังหวัดนครศรีธรรมราช (บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย (ทุ่งสง) จำกัด)
ฤดูกาลออกดอกออกผลของไม้จันทน์หอมในพื้นที่ธรรมชาติของประเทศไทย
| การพัฒนาดอกและผล | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ม.ค. |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| พัฒนาตาดอก | |||||||
| ช่อดอกพัฒนาจนสมบูรณ์ | |||||||
| ดอกบาน (ผสมเกสร) | |||||||
| พัฒนาผล | |||||||
| ผลสุก | ** |
** ช่วงเวลาเก็บผล (เมล็ด)
ลักษณะสภาพแวดล้อมที่พบการปรากฏของไม้จันทน์หอม
การปรากฏของไม้จันทน์หอมมีความจำเพาะกับพื้นที่ที่มีหินปูนเป็นต้นกำเนิด พบในพื้นที่ที่มีความสูงไม่เกิน 650 เมตรจากระดับน้ำทะเล สามารถพบได้ในพื้นที่สูงชัน มีลักษณะพืชพรรณเป็นป่าดิบแล้งผสมเบญจพรรณหรือป่าดิบแล้งระดับต่ำ-กลาง เนื้อดินเป็นดินร่วนเหนียวปนทราย ดินร่วนปนทราย และดินร่วนเหนียว พบขึ้นได้ในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำถึงสูง มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปี 1,000 – 2,500 มิลลิเมตร
การใช้ประโยชน์ที่พบในปัจจุบันและศักยภาพในการนำไปใช้ประโยชน์ด้านไม้ประดับแห้ง

ใบจันทน์หอมที่ผ่านการฟอกสี

ดอกไม้จันทน์จากเนื้อไม้จันทน์หอม

ขี้เลื่อยไม้จันทน์หอมเพื่อเป็นวัตถุดิบในการทำธูปหอม






