ความแห้งแล้ง

24 กุมภาพันธ์ 2560 อ่าน: 3,729 ครั้ง

ความแห้งแล้ง

ความแห้งแล้ง(Dryness) คือลักษณะภูมิอากาศที่มีฝนน้อยกว่าปกติ หรือฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลเป็นระยะเวลานานกว่าปกติ และครอบคลุมพื้นที่บริเวณกว้าง ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ พืชพันธ์ไม้ต่างๆ ขาดน้ำ ทำให้ไม่เจริญเติบโตตาปกติ ส่งผลให้ผู้คนได้รับความเดือดร้อนโดยทั่วไป ความแห้งแล้งเป็นภัยธรรมชาติประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในภูมิภาคต่างๆของโลก

1) ปัจจัยที่ทำให้เกิดความแห้งแล้ง ภัยแล้งเกิดขึ้นจากสาเหตุหลายประการ ทั้งจากการกระทำของมนุษย์และจากธรรมชาติ มนุษย์เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สภาวะของบรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปจากการตัดไม้ทำลายป่าและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมที่ทำให้ปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้นจนเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก อีกทั้งการทำลายชั้นโอโซนซึ่งทำให้พลังงานความร้อนลงมาสู่ชั้นบรรยากาศใกล้ผิวโลกทำให้อุณหภูมิของอากาศสูงขึ้น และยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล เป็นต้น

สำหรับประเทศไทย ภัยแล้งยังมีสาเหตุจากกำลังการพัดของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้อ่อนลง ทำให้ระยะการพัดปกคลุมพื้นที่น้อยลง ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่นำความหนาวเย็นและความแห้งแล้งจึงพัดลงมาเร็วกว่าปกติ สาเหตุอีกประการหนึ่ง คือ มีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านประเทศไทยน้อยกว่า 2ลูกในปีนั้น

2) สถานการณ์การเกิดความแห้งแล้ง ปัจจุบันความแห้งแล้งได้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของโลกรวมทั้งประเทศไทย และนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น บริเวณพื้นที่ที่เกิดและช่วงเวลาที่เกิดก็ยาวนานมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ภัยแล้งในประเทศจีน แม่น้ำฉางเจียงและแม่น้ำหวางเหอซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของประเทศมีระดับน้ำลดลงอย่างผิดปกติ ส่งผลให้ประเทศจีนหลายล้านคนขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค

ส่วนในประเทศไทยภัยแล้งจะเกิดขึ้นบางพื้นที่ในช่วงกลางฤดูฝนที่ฝนทิ้งช่วงในเดือนมิถุนายน-เดือนกรกฎาดาคม และจะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อสิ้นสุดช่วงฤดูฝน โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือจะเกิดปรากฏการณ์ภัยแล้งขึ้นก่อนและกินระยะเวลายาวนานกว่าภาคอื่นๆ

3) ผลกระทบจากความแห้งแล้ง ความแห้งแล้งหรือการขาดแคลนน้ำได้ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมากในด้านการเกษตรซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการปลูกข้าวต้องการน้ำตั้งแต่การเพาะเมล็ดกล้าจนถึงระยะเก็บเกี่ยว การขาดน้ำในระยะต่างๆของการเจริญเติบโตของข้าว ทำให้ผลผลิตข้าวลดลง ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจตามมา การขาดแคลนน้ำ ยังส่งผลกระทบในด้านอื่นๆ อีก เช่น การขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค การอุตสาหกรรมการประมง และการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งทุกปัญหาล้วนส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและการพัฒนาประเทศ

4) แนวทางแก้ไขปัญหา มีดังนี้

1. ปลูกป่าไม้ท้องถิ่นเพิ่มเพื่อช่วยให้มีความชื้นมากพอที่จะให้เกิดฝน เมื่อมีป่าไม้มากก็ทำให้ฝนตกมากขึ้น ซึ่งช่วยลดปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรไดเป็นอย่างดี

2.ลดการกระทำที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก เช่น ไม่เผาขยะ ลดการใช้โฟม ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร CFCs ซึ่งเป็นตัวการทำลายชั้นโอโซนในบรรยากาศให้เกิดช่องโหว่ ทำให้ภาวะโลกร้อนซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะแห้งแล้ง

3.จัดระบบการชลประทานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

4.ปรับปรุงคุณภาพดิน โดยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อช่วยให้เดินอุ้มน้ำได้ดี และรักษาความชุ่มชื้นในดินให้พืชเติบโตได้ดี

Share this:

จัดทำแผนปฏิบัติงานแบบบูรณาการของโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

สวพส. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการจัดทำแผนปฏิบัติงานแบบบูรณาการของโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ณ ห้องราชพฤกษ์ อาคารนิทรรศการ 1 อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตำบลแม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมี ดร. ศิริพงศ์ หังสพฤกษ์ ที่ปรึกษาด้านการวางแผนและพัฒนาการเกษตร เป็นประธานเปิดงาน

กิจกรรมการให้ความรู้ด้านหลักธรรมาภิบาลและผลประโยชน์ทับซ้อนแก่เจ้าหน้าที่ของสถาบัน

สวพส. จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างการบูรณาการและวัฒนธรรมองค์กร ณ โรงแรมกรีนเนอรี่รีสอร์ท เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

การประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำแผนปฏิบัติงานเชิงบูรณาการ ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานคณะกรรรมการบริหาร มูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำแผนปฏิบัติงานเชิงบูรณาการในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ

การจัดทำแผนปฏิบัติงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562

พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรรมการบริหาร มูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การจัดทำแผนปฏิบัติงานของศูนย์พัฒนา โครงการหลวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562” ณ ห้องประชุมอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

เกษตรผู้นำตัวอย่าง นายจอมทอง วนานันท์กุล

เกษตรกรที่มุ่งมั่นและทุ่มเทให้กับการเกษตรและพร้อมเรียนรู้ทุกอย่างจนทุกวันนี้ นายจอมทอง แห่งหมู่บ้านตอปล้าเด สามารถสร้างผลผลิตจากการปลูกผักและการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งสร้างเป็นอาชีพที่ดีกว่าการปลูกอ้อยในอดีต

สวพส. มุ่งมั่น สืบสาน รักษา ต่อยอด เพื่อการพัฒนาบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน

สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. มีภารกิจหลักในการวิจัยและพัฒนา เพื่อสนับสนุนงานโครงการหลวง และนำองค์ความรู้โครงการหลวงไปขยายผลสู่ชุมชนบนพื้นที่สูงให้ได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนบนพื้นที่สูง ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ

การผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองอย่างง่าย

ปกติในไร่นาของเกษตรกรหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตจะมีเศษพืชเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก โดยปกติแล้วเกษตรกรจะทำการเผาทิ้ง เพื่อเตรียมปลูกพืชชนิดอื่นต่อ ทำให้เกิดผลกระทบมากมาย เช่น หมอกควันพิษ ไฟป่า และยังสูญเสียธาตุอาหารในดินอีกด้วย ดังนั้นการทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองจึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการเผาได้ และยังได้ปุ๋ยหมักที่สามารถนำมาใช้ในการปรับปรุงบำรุงดินอีกทางหนึ่งด้วย

อุดมการณ์ สานชุมชนบนพื้นที่สูง “สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง”

สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ได้ทำหน้าที่ในการนำองค์ความรู้โครงการหลวงไปขยายผลสู่ชุมชนอย่างน้อย 180 ชุมชน โดยนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างความมั่นคงทางอาหารเน้นการเพิ่มความหลากหลายของพืชผัก ไม้ผล ควบคู่ไปกับการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น การฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

ผู้นำเกษตรกรในการพัฒนาพื้นที่สูงตามแนวทาง สวพส.

สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ได้ดำเนินงานพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูงให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการพัฒนาคนและการบริหารจัดการด้านการเกษตร โดยมีแนวคิดสำคัญในการพัฒนาเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) เพื่อรองรับการเกษตรยุค 4.0 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ในด้านต่างๆ เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ

หอคำหลวง ศูนย์เรียนรู้ “ศาสตร์พระราชา ใต้ร่มพระบารมี พระมหากษัตริย์ไทย”

“หอคำหลวง” เป็นส่วนแสดงสำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดในอุทยานหลวงราชพฤกษ์ เป็นพื้นที่จัดแสดงส่วนกลางที่โดดเด่นและสง่างามที่สุด สร้างเพื่อจัดแสดงพระอัจฉริยภาพด้านการเกษตร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นกษัตริย์นักการเกษตรเอกของโลก และเพื่อเฉลิม พระเกียรติฯ แด่พระองค์ผู้เป็น พระมหากษัตริย์ที่ทรงอัจฉริยภาพและทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในโลก

ดูทั้งหมด